...
...

พิธีแต่งงานแบบไทย



พิธีแต่งงาน และขั้นตอนการจัดงานแต่งงาน ตามแบบประเพณีไทย

         ในปัจจุบันนี้ การจัดประเพณีงานแต่งงานได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมาก เนื่องจากถือความสะดวกเป็นสำคัญ และพิธีแต่งงานในแต่ละภาค แต่ละจังหวัดอาจจะแตกต่างกันบ้าง ดังนั้นทางพิธีรีตอง จะขอกล่าวถึงโดยรวมของพิธีแต่งงาน และได้มีการปรับให้สอดคล้องกับประเพณีนิยมในปัจจุบัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความถูกต้อง ตามประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมา ดังนั้นข้อมูลในเว็ปไซค์นี้ จึงเป็นพิธีการแต่งงานที่ประยุกต์มาให้สอดคล้องกับปัจจุบัน ทุกท่านสามารถนำไปใช้วางแผนงานแต่งได้เลยนะคะ หรือถ้ามีอะไรสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

พิธีหมั้น

         ถือเป็นการมอบสิ่งของมีค่าให้ฝ่ายหญิง เพื่อหมั้นหมายว่าคนนี้แหละของๆเรา จองไว้แล้วนะ คนนี้ล่ะที่จะแต่งงานด้วย ซึ่งปัจจุบัน นิยมเป็นแหวนหมั้น หรือบางคู่อาจจะมีทองหมั้นมาด้วย (แล้วแต่ว่าเถ้าแก่จะคุยกันอย่างไรในวันสู่ขอ) และในกรณีที่มีเหตุการณ์ทำให้ไม่สามารถแต่งงานกันได้ เช่นฝ่ายชายผิดสัญญาไปแต่งงานกับหญิงอื่น ฝ่ายชายจะต้องยกของหมั้นนั้นให้ฝ่ายหญิง และถ้าฝ่ายหญิงผิดสัญญา ก็ต้องคืนขันหมากและของหมั้นให้ฝ่ายชายไป หลังจากประกอบการหมั้นแล้ว บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายจะกำหนดวันเดือนที่จะทำการแต่งงานต่อไป แต่ปัจจุบัน มักจะรวบรัดพิธีการให้เสร็จในวันเดียว โดยทำพิธีหมั้น พิธีสงฆ์และพิธีแต่งงานในตอนเช้า และจัดเลี้ยงในช่วงเย็น

พิธีแต่งงาน

         ในอดีตจะจัดเป็น 2 วัน เรียกวันสุกดิบและวันแต่งงาน แต่ปัจจุบัน นิยมจัดงานให้เสร็จในวันเดียว โดยตัดวันสุกดิบออกและจัดขั้นตอนให้รวบรัดขึ้น ซึ่งส่วนมากพิธีการจะเริ่มต้นด้วยพิธีสงฆ์ก่อน จะมีรายละเอียดขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

        พิธีสงฆ์

          ปัจจุบันนิยมเริ่มต้นกันด้วยพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตคู่ มักนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป เพื่อมาเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งในพิธีต้องจัดเตรียมโต๊ะหมู่บูชา พระพุทธรูปพร้อมดอกไม้ธูปเทียน ข้าวปลาอาหารถวายพระพุทธ ถ้ามีเจ้าที่เจ้าทางก็ต้องถวายด้วยนะคะ แล้วก็อย่าลืม เอาอาหารไปวางไว้นอกบ้านให้สัมภเวสีค่ะ เป็นการทำบุญทำทานเพราะบ้านเรามีงานบุญ (เขาบอกว่าถ้าบ้านไหนมีงานบุญบ้านนั้นจะมีกลิ่นหอมค่ะ) เมื่อพระสงฆ์สวดถึงบทพาหุง คู่บ่าวสาวจึงก้มลงกราบ พระ 3 ครั้ง แล้วลุกไปตักบาตร่วมกัน (ถือกันว่า ขณะตักบาตร หากฝ่ายใดกุมมืออีกฝ่ายหนึ่งไว้ จะเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่า ดังนั้นจึงนิยมผลัดกันกุมมือแต่ละฝ่ายขณะตักบาตร) และถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ หลังจากพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเรียบร้อยแล้วจึงให้คู่บ่าวสาวถวายเครื่องไทยธรรม และกรวดน้ำ พระสงฆ์จะประพรมน้ำมนต์ให้ หลังจากนั้น คู่บ่าวสาวจึงไปรับน้ำพระพุทธมนต์ กราบพระสงฆ์ 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธีทางสงฆ์

        พิธีแห่ขันหมาก

         การแห่ขันหมาก งานแต่งงานของไทยเราจะมีสีสันก็ตรงนี้แหละค่ะ ฝรั่งเขาถึงได้ชอบนักชอบหนา เราถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ โดยฝ่ายชายจะมีการตั้งขบวนแห่ขันหมาก ซึ่งในขบวนขันหมากจะนำด้วย ขบวนการร่ายรำประกอบกลองยาวอย่างสนุกสนาน และคนยกขันหมากนำขบวน ซึ่งต้องเลือกชายหญิงทีมีลักษณะที่ดีหมดจด แต่งกายงดงาม ที่สำคัญแต่งงานแล้วยังไม่หย่าร้างหรือเป็นหม้าย บางบ้านก่อนจะเคลื่อนขบวนขันหมาก ก็จะมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเอาฤกษ์ชัย แล้วโห่รับกัน 3 ฮิ้วค่ะ แค่นึกก็สนุกแล้วใช่ไหมคะ ระหว่างทางที่ขบวนขันหมากเคลื่อนที่ ชาวบ้านที่ออกมาดูก็จะมีการแซวกันค่ะเช่น “จะไปไหนหรือจ๊ะ” ฝ่ายขันหมากก็ตอบว่า “มาขอสาวจ๊ะ”แล้วก็โห่กัน เป็นอันสนุกสนานจริงๆค่ะ หากผ่านบ้านไหนที่ลูกสาวยังไม่แต่งงาน บางบ้านก็จะมีการชักพานขันหมาก(เอาขนมขันหมาก)ไว้ที่บ้านตนเอง เพื่อเป็นการแก้เคล็ดว่า ให้ลูกสาวได้แต่งงานเร็วๆ โดยขันหมากประกอบด้วย

         - ขันหมากเอก ซึ่งบรรจุหมากพลู เรียงกัน วัตถุมงคล อาทิ ข้าวเปลือก ถั่ว งา ใบเงิน ใบทอง ใบนาค ยอดดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ซึ่งหมายถึงการเจริญงอกงาม ความรักที่ไม่รู้โรย

         - ขันหมากหมั้น ประกอบด้วย แก้ว แหวน เครื่องประดับ

         - ขันสินสอด ประกอบด้วย เงินค่าสินสอด ซึ่งถือเป็นค่าเลี้ยงดู

         - ขันธูปเทียนแพ สำหรับไหว้บิดามารดา และพานผ้าไหว้

         - ขันขนมมงคล ส่วนใหญ่นิยมจัด 9 อย่าง เรียกขนมทองนพเก้า

         - ขันต่างๆที่บรรจุของมงคล (นิยมจัดเป็นคู่ๆ) เช่น ต้นกล้วย ต้นอ้อย ส้มโอ มะพร้าว กล้วยน้ำว้า ไก่ต้ม หมูนอนตอง ขนมมงคลต่างๆ เช่น ขนมเปี๊ยะ ขนมจันอับ จะมีจำนวนกี่ขัน ขึ้นอยู่กับตกลงกัน

         - พานเชิญขันหมาก (อันนี้ฝ่ายหญิงจะเป็นคนเตรียม ) สำหรับไว้เชิญขบวนขันหมากเข้าบ้าน

         ขันหมากที่กล่าวมานี้ ถือเป็นหน้าตาของฝ่ายเจ้าบ่าว จัดได้ตามต้องการ ให้นับรวมกันแล้วเป็นเลขคู่นะคะ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ขันหมากเอก ขันหมากหมั้น ขันสินสอด ขันขนมมงคล และขันธูปเทียนแพ สำหรับผ้าไหว้บิดามารดา บางท่านก็นำไปห่อเป็นกล่องของขวัญ

         หลังจากนายขันหมากนำขบวนขันหมากมาถึงหน้าบ้านเจ้าสาวแล้ว ฝ่ายเจ้าสาวให้คนถือ พานเชิญ ขันหมากพลู ออกมาเชิญขบวนขันหมาก (มักใช้เด็กผู้หญิงแต่งตัวสวยๆเป็นคนออกมาเชิญ) เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว ก็จะรับพานขันหมากเชิญไว้ และคืนให้พร้อมของแถม ส่วนใหญ่จะเป็นซองใส่เงิน (ซึ่งซองนี้จะหนาหน่อยค่ะ เพราะถ้าไม่มีพานเชิญขันหมาก ฝ่ายเจ้าบ่าวจะไม่สามารถเข้าไปได้ สำคัญจริงๆค่ะ)

         ต่อจากนั้น ขบวนจึงเคลื่อนเข้าในบ้านเจ้าสาว โดยมีขันหมากเอกนำ ตามด้วยขันสินสอดทองหมั้น ขันธูปเทียนแพ และตามด้วยขันหมากโทต่างๆ ซึ่งระหว่างเข้าไป จะมีการพรมน้ำมนต์

         ส่วนทางฝ่ายเจ้าสาว จะต้องเตรียมคนรับขันหมากด้วยนะคะ (ต้องเป็นผู้ที่สมรสแล้ว ไม่หย่าร้างและเป็นหม้าย) รับแล้วนำขันหมากต่างๆไปวางเป็นคู่ๆ จัดเรียงสวยงามในบริเวณพิธี บางท้องที่ฝ่ายเจ้าสาวจะเตรียมของไว้ขอบคุณ มอบให้กับคนถือพานขันหมากด้วยค่ะ (นิยมเป็นร่ม สบู่ ซองเงินค่ะ)

        พิธีการสู่ขอ

         หลังจากที่ขันหมากเข้ามาได้เรียบร้อยแล้ว ทางฝ่ายเถ้าแก่เจ้าบ่าว จะมีการบอกกล่าวเล่าความถึงการนำขันหมากมาให้ในครั้งนี้ และถือเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการต่อหน้าญาติพี่น้องทั้งหมด ว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจในการหมั้นหมายและแต่งงานครั้งนี้ค่ะ หลังจากนั้นก็จะอนุญาตให้ว่าที่เจ้าบ่าวไปรับตัวเจ้าสาวได้

        พิธีกั้นประตูเงินประตูทอง

         เจ้าบ่าวพร้อมเพื่อนเจ้าบ่าว ไปรับเจ้าสาว มีการกั้นประตูชัย ประตูเงิน ประตูทอง เจ้าบ่าวต้องจ่ายซองให้ทุกประตูที่กั้น ปัจจุบัน การผ่านด่านประตูต่างๆจะยากมากขึ้น มีกิจกรรมให้เจ้าบ่าวเล่นตลอดทาง ฝ่ายเจ้าบ่าวจะถามว่าประตูชื่ออะไร ฝ่ายเจ้าสาวจะต้องหาชื่อมงคลต่างๆมาตั้ง เช่น ประตูเงิน ประตูทอง ประตูแห่งความสำเร็จ ฯลฯ หลังจากนั้นเจ้าบ่าวจะจ่ายซองเพื่อผ่านประตูไปรับเจ้าสาวออกมาเพื่อทำพิธีต่อไป

        พิธีปูเรียงสินสอดและสวมแหวนหมั้น

         ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเป็นผู้นำสินสอดทองหมั้นตามตกลงกันไว้ในวันสู่ขอ มาให้ฝ่ายเจ้าสาวทำการนับสินสอด (ซึ่งเจ้าบ่าวจะใส่เงินเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ เพื่อเป็นเคล็ดว่าเงินงอกเงย) จะกระทำกันต่อหน้าสักขีพยานของทั้งสองฝ่าย ส่วนบางคู่ที่ไม่ได้หมั้นมาก่อน ก็จะเอาของหมั้นสวมให้ฝ่ายหญิงก่อน (พิธีสวมแหวนหมั้น) แล้วจึงปูเรียงสินสอด

         การนับสินสอด จะวางเงินสินสอดบนผ้าแดง หรือผ้าสีเงินสีทอง ฝ่ายหญิงจะทำการตรวจนับตาม ธรรมเนียมประเพณี เสร็จแล้วญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะทำการโปรยถั่ว ข้าวตอก ดอกไม้ ฯลฯ ลงบนสินสอด จากนั้นแม่ฝ่ายเจ้าสาว จะห่อผ้าสินสอดแล้วต้องแบกขึ้นบ่า (ย้ำค่ะ ตามประเพณีต้องแบกขึ้นบ่าเท่านั้น) ให้พูดเอาเคล็ดว่า “ห่อเงินนี้หนักเสียจริงๆ คงจะมีเงินทองงอกเงยออกมามากมาย เต็มบ้าน” หรือจะเปลี่ยนสคริปต์ได้ตามต้องการค่ะ แต่เอาประมาณนี้นะคะ บางบ้านนะคะ แม่ฝ่ายหญิงเป็นคนขี้อาย เวลาพูดก็เขินค่ะ พูดตะกุกตะกัก มันก็ ฮา าา... กันทั้งงานสิคะ

        พิธีรับไหว้

         คู่บ่าวสาวจะยกพานธูปเทียนแพ และพานผ้าไหว้ เข้าไปกราบบิดามารดา เป็นการฝากเนื้อฝากตัว บางแห่งอาจจะมีการผูกข้อมือด้วยด้ายสายสิญจน์ ในขณะอวยพรให้คู่บ่าวสาว บิดามารดาอาจรับไหว้ด้วย ของแถม เป็นเงินทุน หรือของมีค่า บ้านพร้อมที่ดิน อันนี้แล้วแต่ฐานะค่ะ บางบ้านก็ไม่มีให้หรอกนะคะ ไม่ต้องคิดมาก

        พิธีหลั่งนำ้พระพุทธมนต์

         ตอนนี้พิธีได้ดำเนินมาครึ่งทางแล้วนะคะ เอาเป็นว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาว เอาแป้งพัฟส์มาโบ๊ะหน้าหน่อยนะคะ เพราะว่าต้องถ่ายรูปเยอะค่ะ เดี๋ยวหน้ามันรูปถ่ายจะไม่สวยนะคะ เมื่อได้ฤกษ์ คู่บ่าวสาวจุดธูปเทียน บูชา พระรัตนตรัย และไปนั่งบนตั่งคู่กัน หญิงนั่งทางซ้าย ชายนั่งทางขวา มีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ยืนเป็นเพื่อนอยู่ข้างหลัง จะกี่คนก็ได้ค่ะ แต่นับแล้วเพื่อนบ่าวสาวต้องมีจำนวนเป็นเลขคู่นะคะ

         พิธีกร เชิญประธานสวมมาลัยบ่าวสาว

         พิธีกร เชิญประธานหรือญาติผู้ใหญ่สวมมงคล

         พิธีกร เชิญประธานหรือญาติผู้ใหญ่เจิมหน้าผาก โดยใช้นิ้วหัวแม่มือ หรือนิ้วชี้

         พิธีกร เชิญประธานอวยพรคู่บ่าวสาว และรดน้ำสังข์

         พิธีกร เชิญแขกที่มาร่วมรดน้ำสังข์ น้ำที่รดจะไหลลงบนพานดอกไม้ ซึ่งกันไม่ให้น้ำกระเด็นออกไป

         พิธีกร เชิญประธานหรือญาติผู้ใหญ่ถอดมงคลแฝดออกโดยถอดพร้อมกันทั้งสองมือ มอบให้แก่บ่าวสาวร่วมกัน แล้วจับมือให้ทั้ง 2 ลุกขึ้นพร้อมกัน (ในอดีตจะเอาด้ายมงคลแฝดไปยัดไว้ในที่นอน)

         พิธีกร เชิญคู่บ่าวสาว กราบพระรัตนตรัย 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี

         ### อันนี้มีเคล็ดอีกอย่างหนึ่งค่ะ ถ้าน้องแต่งงานก่อนพี่ (โบราณเขาถือว่าคนพี่จะไม่ได้แต่งค่ะ) ดังนั้นโบราณเขาจะให้พี่ๆดื่มน้ำสังข์จากหอยสังข์เป็นการแก้เคล็ดค่ะ

        พิธีจัดเลี้ยงฉลองมงคลสมรส

         บางคู่อาจจัดหลังจากพิธีรดน้ำสังข์ในตอนเที่ยงเลย แต่ส่วนใหญ่มักนิยมมาจัดเลี้ยงตอนเย็น โดยบ่าวสาวจะนิยมใส่ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวตามอย่างทางตะวันตก ชุดจะโมเดิร์นขนาดไหนก็ตามสไตล์ใครสไตล์มันค่ะ (ของเว็ปมาสเตอร์ใส่ชุดราตรีสีแดงทั้งบ่าวสาวเลยค่ะ ร่ำลือกันทั่วงาน) และจะเชิญแขกผู้มีเกียรติ เพื่อนๆร่วมงาน ญาติพี่น้อง เพื่อเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าเราได้แต่งงานกันถูกต้องตามประเพณีแล้ว ไชโย...

        พิธีเรียงหมอนส่งตัว

         ให้หาฤกษ์ส่งตัวบ่าวสาวจากผู้รู้ และก่อนถึงฤกษ์เล็กน้อยให้คู่บ่าวสาวรออยู่หน้าห้องหอ เพื่อทำพิธี ปูที่นอน โดยเชิญคู่ที่แต่งงานแล้วที่เป็นญาติผู้ใหญ่เป็นผู้ปูผ้าปูที่นอน แล้วให้ทำแกล้งนอนหลับพอเป็นพิธี พอตื่นขึ้นมาก็ให้พูดคำพูดที่เป็นมงคล เช่นฝ่ายชายพูดว่า “ที่นอนนี้สบายดีจริงๆ” ฝ่ายหญิงก็พูดว่า “ถ้าใครได้นอนก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ” แล้วจึงประพรมน้ำมนต์ โปรยข้าวตอกดอกไม้ที่ได้จากพิธีตอนเช้า เป็นอันเสร็จพิธีเรียงหมอน

         หลังจากนั้นจึงเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้ามา และให้เจ้าสาวทำความเคารพเจ้าบ่าว และกล่าวฝากฝัง ตัวกันทั้งสองฝ่าย ญาติผู้ใหญ่ก็ให้ศีลให้พร เป็นอันเสร็จพิธี

         มีเรื่องเล่าให้ฟังอีกเรื่องทิ้งท้ายค่ะ ลูกพี่ลูกน้องของพี่แป็กกี้แต่งงานไป พอถึงเช้ารุ่งขึ้นได้ฮากันทั้งตระกูล ลือกันไปทั้งหมู่บ้านค่ะ คือเรื่องมันเป็นว่า ไม่รู้ว่าบ่าวสาวไปทำอีท่าไหนค่ะ เตียงมันถึงหัก ก็เลยเกิดคำถาม ให้แซวกันเล่นๆ จนบัดนี้ว่า “ลื้อสองคนไปทำอีท่าไหนวะ เตียงนอนมันถึงหักได้” ฮากันทั้งวงค่ะ ยังไงท่านผู้อ่าน ก็ระวังหน่อยนะคะ รับรองเรื่องนี้ต่อให้ผ่านไป 20 ปี ญาติๆก็ไม่มีวันลืมหรอกค่ะ

         เป็นยังไงคะพิธีรีตองมากมาย ทางเราได้ศึกษาและจัดเรียงให้เรียบร้อยแล้วนะคะ สามารถนำไปใช้ตาม ขั้นตอนได้เลย จริงๆแล้วลึกๆในรายละเอียดมีอีกเยอะค่ะ แล้วจะค่อยๆทะยอยนำมาเล่าให้ฟังเรื่อยๆนะคะ อ้อ..แต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นจะจัดตามทางเราเป๊ะๆ แล้วไปทะเลาะกับคุณพ่อคุณแม่นี่ไม่ดีนะคะ ตามใจท่านเถอะค่ะ เพราะเชื่อไหมคะ ที่ใครๆเขาพูดกันว่า “งานแต่งงานน่ะ ไม่ได้จัดให้เราหรอก แต่จัดให้พ่อแม่ต่างหาก” นี่มันถูกต้องจริงๆค่ะ เดี๋ยวคุณๆก็จะเข้าใจคำนี้เองล่ะค่ะ

         ขอทิ้งท้ายด้วยคำอวยพรเชยๆนะคะ ว่า ขอให้ทุกคู่มีความสุขมากๆค่ะ ต่อไปนี้เวลาส่วนตัวของเรา มันหมดไปแล้วค่ะ เราต้องเข้าใจกันมากๆ อีกอย่างขอให้มีลูกน่ารักๆสมใจนะคะ ที่เขาบอกว่าตอนตั้งท้องให้ดูรูป เด็กน่ารักๆ ลูกจะได้ออกมาเหมือนในรูป (แต่พี่แป็กกี้ไม่ได้ดูรูปหรอกค่ะ อาศัยดูกระจกเงาเอา ลูกจะได้น่ารักเหมือน ในกระจกไงคะ ฮา..า..)


### สำหรับคู่บ่าวสาว ที่จัดงานแต่งงานที่บ้าน, ที่โรงแรม, ที่เรือนไทย หรือสถานที่จัดงานต่างๆ หรือสนใจเฉพาะพานขันหมาก ก็สามารถคลิ๊กเลือกตามเมนูด้านบนได้เลยค่ะ หรือมีอะไรไม่เข้าใจในลำดับพิธีการ ก็สามารถติดต่อสอบถาม พี่แป๊กกี้ 089-922-9857 เพิ่มเติมได้เลยค่ะ



...

www.facebook.com/พิธีรีตอง พานขันหมาก พิธีแต่งงาน

เข้าไปกดถูกใจ เพื่อติดตามและชมภาพ บรรยากาศการจัดงานบางส่วนได้ในเฟสบุ๊คค่ะ


การสั่งจอง

การสั่งจองเพื่อล็อคคิว วันจัดงาน

# สำหรับลูกค้าที่สั่งจองแพ็คเกจพานขันหมาก และแพ็คเกจจัดงานที่โรงแรม มัดจำที่ 50%

# สำหรับลูกค้าที่สังจองแพ็คเกจจัดงานที่บ้าน หรือสถานที่ต่างๆ มัดจำที่ 10,000 บาท

# ขอสงวนสิทธิ์วันจัดงานสำหรับผู้ที่วางเงินมัดจำแล้วเท่านั้น

# ราคาดังกล่าว ยังไม่รวมค่าขนส่ง กรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วแต่ระยะทางค่ะ

...สนใจสั่งจอง(Click)


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

นันทิวัน วิชัยกุล (พี่แป๊กกี้)

14/18 รามอินทรา40แยก33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

... 089-922-9857 (เบอร์หลัก)

... 084-088-9957

... Line ID : pack.piteereetong (Click)


Copyright © MyPiteereetong. All rights reserved.